ยิ่งประเมินบ่อยยิ่งถอยหลัง

ยิ่งประเมินบ่อยยิ่งถ่อยหลัง

ตามหัวข้อเลยครับ เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินภายนอก จาก สมศ. หรือ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินภายในจากหน่วยงานต้นสังกัดของแต่ละโรงเรียน เวลามาประเมินกัน มาดูเอกสาร แล้วก็กลับไป ไม่รู้ว่าเขาประเมินกันอย่างไรครับ ไร้สาระสิ้นดี เอาเอกสารเพียงชิ้นเดียว เป็นหลักในการประเมิน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดการประเมินแบบนี้ออกมา คิดออกมาได้ยังไง โรงเรียนต้องมีแบบนี้ ต้องมีเอกสารตัวนี้น่ะ เพื่อรองรับ ตัวบ่งชี้นี้ รองรับมาตรฐานข้อนี้ ไร้สาระสิ้นดี ไม่รู้ใครเป็นคนคิด เสียเวลา ไร้สาระ ครูที่เก่งๆ แทนที่จะได้ทำงานอย่างมีความสุข สอนอย่างเต็มที่ มีเวลาในการเตรียมเอกสารสำหรับการสอน กลับต้องใช้เวลานั้นมาเตรียมเอกสารที่ไร้สาระเพื่อรับการประเมินอันไร้สาระ ผมไม่เห็นด้วยกับตรงนี้อย่างยิ่งครับ   เสียเวลา เปลืองกระดาษ ผมบอกได้เลยว่านักเรียนที่เขาได้ดี นักเรียนที่เขาเรียนเก่ง เขาไม่ได้ได้ดีเพราะการประเมินที่ไร้สาระนี่หรอก ที่ผมรู้เพราะผมเคยเป็นนักเรียน บอกได้เลยว่าที่ผมได้ดี มีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข เพราะผมได้อยู่กับครู มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาครูได้ตลอด ครูมีเวลาให้นักเรียน แต่เดี๋ยวนี้ครูต้องทำงานเอกสาร เวลาที่ใช้ในการเตรียมเอกสารเพื่อเตรียมการรับการประเมินอันไร้สาระ มากกว่าเวลาในการสอนอีก อันนี้ถามคุณครูแต่ละท่านได้เลย   ครูไม่มีเวลาไปสอนเด็กเพราะต้องเตรียมเอกสารเพื่อรับการประเมินพรุ่งนี้  ถามหน่อยเถอะครับการประเมินแบบที่กำลังทำอยู่ปัจจุบันมันมีประโยชน์อย่างไร การศึกษาไทยกำลังเดินถอยหลังเขาคลอง เรากำลังให้ความสำคัญกับสิ่่งที่ไม่มีความสำคัญเลย คือเอกสารเพียงชื้นเดียว เอกสารเพียงชิ้นเดียวมันจะวัดอะไรได้ ดังนั้น ปรับเปลี่ยนรูปแบบการประเมินได้ แล้ว ให้คุณครูทำงานได้อย่างมีความสุข สอนอย่างมีความสุข มีเวลาให้นักเรียนอย่างเต็มที่  การประเมินอันไร้สาระควรเลิกได้แล้ว ครูมีงานมากมายที่ต้องทำ นักเรียนมีปัญหาหลายอย่างที่ครูต้องเข้าไปแก้ อย่างเอาเวลาที่สำคัญเหล่านี้ไปเสียให้กับการประเมินที่ไร้สาระเลย   รูปแบบในการประเมินมีมากมาย แต่ไม่ใช้อย่างที่เป็นอยู่ ที่อิงเอกสารอย่างเดียวไร้สาระไม่มีประโยชน์  เราต้องออกมาคุยกัน ยอมรับในสิ่งที่เรากำลังทำว่ามันผิด เรากำลังเดินหลงทางกันอยู่  ออกมาคุยกัน ร่วมมือกันวางแผนร่วมกันออกแบบระบบใหม่กันเถอะ

เราต้องออกมาคุยกันใหม่ วางแผนร่วมกันใหม่ และสิ่งสำคัญก็ต้องยอมรับร่วมกันว่าระบบที่เรากำลังใช้อยู่ปัจจุบันห่วยแตกมาก เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไร้สาระ เราต้องยอมรับว่าเราผิดร่วมกัน ออกมาคุยกันครับ น่าสงสารเด็กนักเรียนที่ต้องมารับกรรมกับระบบที่ห่วยแตกอย่างนี้  น่าสงสารพวกเขาจริงๆครับ   ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกันครับ เพราะเป็นเพียงแค่เม็ดทรายเม็ดหนึ่งในทองทะเลทรายที่กว้างใหญ่  ต้องรอความหวังที่ใกล้เคียงกับความฝันที่จะเป็นจริงได้หรือไม่ก็ไม่รู้ว่า สักวันหนึ่งจะมีอัศวินขี้มาขาว มาช่วยกับกอบกู้ให้การศึกษาไทย เดินไปในทางที่ถูกต้อง ซึ่งคิดว่ายากมากที่เราไม่ช่วยกัน  ใครมีแนวทางดีๆ ช่วยกัน น่ะครับ...

{jcomments on}

ติดต่อเรา wisanu.kkung@gmail.com