บทความน่าอ่าน\แนวคิดดีๆ

คัมภีร์รบโบราณ ซุนวู  ซึ่งเป็นคัมภีร์รบที่โด่งดัง ซึ่งเขียนด้วยปราชญ์ชาวจีนที่ชื่อว่า ซุนวู ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ว่าด้วยเรื่องของการรบ วิธีการในการรบให้ได้เปรียบแล้วเอาชนะคู่ต่อสู้  มีคำกล่าวคำหนึ่งที่สำคัญซึ่งมาจากคัมภีร์นี้ก็คือ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ในคัมภีร์ซุนวูนอกจากจะให้ความรู้ในเรื่องของการรบแล้ว ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการมองคนและการใช้คน   ซึ่งในคัมภีร์ซุนวู จำแนกคนออกเป็น 4 ประเภท ในแต่ละประเภทก็จะนำไปเป็นนายทหารในตำแหน่งที่แตกต่างกัน

ประเภทที่ 1  พวกที่ทั้งขยันทั้งฉลาด  คนพวกนี้นอกจากจะขยันแล้วไหวพริบสติปัญญาความคิดยังเฉียบคมว่องไว มีความกล้าหาญอย่างชาญฉลาด คนประเภทนี้เหมาะกับการ เป็นทหารแม่ทัพ เพราะการเป็นแม่ทัพ คุณจะเก่งกาจในการรบอย่างเดียวไม่ได้ต้อง มีความฉลาดในการรบด้วย

ประเภทที่ 2  พวกที่ฉลาดแต่ขี้เกียจ  คนพวกนี้เป็นพวกที่สมองปัญญาดี แต่ติดขี้เกียจ ชอบคนแต่ไม่ลงมือทำไม่ชอบออกแรก พวกแต่คิดและชี้นิ้วสั่ง คนประเภทนี้ เป็นแก่การเป็นหัวสมองให้ก่องทัพ ก็คือพวกเสนาบดี วางแผนในการรบ การออกศึก ตลอดจากวางแผนคิดกลยุทธ กลศึกในการรบ ซึ่งเรื่องราวของสามก๊ก จะเห็นว่ามีเสนาบดี กุนซือที่เก่งกาจ คือ  โจกัดเหลียง(ขงเบ้ง)  สุมาอี้  เป็นต้น

ประเภทที่ 3 พวกที่ทั้งโง่และขี้เกียจ   คนพวกนี้หาที่ดีไม่ได้นอกจากจะไม่ฉลาดแล้วยังขี้เกียจอีก คนพวกนี้ให้เอาไปเป็นทหารที่เป็นนายกอง  เป็นหัวหน้านายกองเล็กๆ 

ประเภทที่ 4  พวกโง่แต่ขยัน  ตามคัมภีร์บอกว่าคนพวกนี้เป็นบุคคลที่อันตรายมากสำหรับทางการทหาร เพราะพวกนี้โง่แต่ขยันทำงาน ถ้าแต่งตั้งให้เป็นพวกหัวหน้านายกอง อาจจะโดนกลศึกศัตรูหลอกหลวงได้เพราะโง่เขลา ซึ่งอาจจะทำให้เป็นผลเสียแก่กองทัพได้  ฉนั้นคนพวกนี้เป็นได้แค่ทหารชั้นเลวชั้นล่าง คอยวิ่งติดตามรถม้าในกองทัพ

เป็นอย่างไรบ้างคับศาสตร์การแบ่งหรือว่าการมองคนเพื่อนำไปใช้ ของคัมภีร์รบ ซุนวู ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคล้ายๆกับที่ พระพุทธเจ้าแบ่งเหล่าเวยไนยสัตว์ ออกเป็น 4 ประเภท แต่ซุนวู จะมองในแง่ทางการทหาร แต่พระพุทธเจ้ามองในแง่ของการเรียนรู้  ซึ่งถ้าศึกษาประวัติศาสตร์จะเห็นว่า ซุนวู มีชีวิตในช่วงที่พระพุทธเจ้าดำรงธาตุขันธ์อยุ่ ซึ่งยุคนี้เต็มไปด้วยนักปราชญ์นักคิดมากมาย

อัจฉริยะของโลกที่ยังมีชีวิต  อ่านหัวข้อแล้วรู้สึกอิจฉาคนพวกนี่จริงๆเลยคับ ว่าไหม  เกิดมาเป็นอัจฉริยะคงทำอะไรก็ง่ายไปหมด(อันนี้เป็นการคาดเดาของผมน่ะ ผมไม่รู้เพราะไม่ใช้พวกอัจฉริยะ) โดยเฉพาะตอนเรียนหนังสือคงสนุกน่าดู อ่านอะไรก็เข้าใจหมด ไม่ต้องมานั่งงุนงก เครียสเวลาอ่านหนังสือสอบ อันนี้พวกเราคนธรรมดาคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า เวลาที่เรียนอะไรแล้วไม่เข้าใจ มันคือนรกชัดๆ โดยเฉพาะเวลาสอบเนียะ เครียดมากไม่รู้จะอ่านหนังสืออย่างไรให้เข้า อิจฉาคนพวกนี้ที่เกิดมาพร้อมกันความฉลาด เกิดมาพร้อมกับ IQ ที่มากกว่าคนธรรมดาอย่างเราๆ คนพวกนี้ถ้าเปรียบเทียบก็คงเหมือนกับเพื่อนๆคนเก่งของเราที่เรียนอยู่ห้องเรียนเดียวกัน  เรียนก็เรียนจากครูคนเดียวกัน ติวก็ไปติวด้วยกัน อ่านหนังสือก็อ่านด้วยกัน แต่เวลาทำข้อสอบ ทำไมมันทำคะแนนได้เยอะกว่าเราหว่ะ  คือคนพวกนี้ผมว่าเขาคงมีกระบวนการคิด หรือมีอะไรบางอย่างในสมองของเขา เวลาคิดเวลามองอะไรทำให้เห็นอะไรที่มากกว่า เห็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่าคนธรรมดา ทำให้เก่งกว่าคนธรรมดา  บอกตามตรงผมอิจฉาคนพวกนี่จริงๆ วันนี้ก็เลยมีบทความของคนอัจฉริยะของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่มาให้ทุกคนได้อ่าน  ว่าคนพวกนี้เขาทำอะไรกันบ้าง พวกเขาเก่งขนาดไหน มาให้อ่านให้อิจฉาไปตามๆกัน ลองอ่่านดูคับ

โดยปกติแล้ว มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ จะมีไอคิวอยู่ที่ 90 – 110 แต่สำหรับอัจฉริยะบุคคลแล้วแน่นอนว่ามันเกินกว่านั้น ไม่เช่นนั้นจะเรีบกว่าเขาว่าอัจฉริยะได้ยังไงล่ะ

เว็บไซต์ฮัฟฟิงตัน โพสต์ ได้เปิดเผย 10รายชื่อของเหล่าอัจฉริยะรอบโลกที่มีความฉลาดเป็นเลิศในด้านต่างๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ และประสบความสำเร็จมาได้อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว แน่นอนว่าไอคิวของเขาไม่ธรรมดาแน่ แต่จะสูงแค่ไหน และเก่งในเรื่องใด ลองมาดูทั้ง 10อันดับ คนไอคิวสูงสุดในโลก อัจฉริยะมาก

1. เทอเรนซ์ เต๋า วัย 36 ปี (IQ: 230)

เท อเรนซ์ เต๋า เดิมเป็นชาวออสเตรเลีย (ต่อมาได้รับสัญชาติอเมริกันอีกสัญชาติหนึ่ง) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เมื่ออายุ 20 ปี และได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ที่ภาควิชาคณิตศาสตร์ที่ UCLA เมื่ออายุเพียง 24 ปี ทำให้เขาเป็นผู้มีอายุน้อยที่สุดที่เคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ ของสถาบันดังกล่าว ทั้งนี้เขายังได้แสดงอัจฉริยภาพอันน่าทึ่งมาตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น เป็นผู้อายุน้อยที่สุดที่เคยได้รับเหรียญทองในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก ระหว่างประเทศ เมื่ออายุ 13 ปี

2. คริสโตเฟอร์ ฮิราตะ วัย 30 ปี (IQ: 225)

คริสโตเฟอร์ ฮิราตะ เป็นอีกหนึ่งหนุ่มผู้มีไอคิวสูงเป็นเลิศ เขาได้เข้าเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย หรือ แคลเทค ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแถวหน้าในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากนั้น ขณะที่เขาอายุ 16 ปี เขายังได้ร่วมบุกเบิกดาวอังคารร่วมกับองค์การนาซา ก่อนที่จะได้รับปริญญาเอกสาขาดาราศาสตร์ฟิสิกส์เมื่ออายุ 22 ปี

3. คิม อึง ยอง วัย 50 ปี (IQ: 210)

คิม อึง ยอง อาจจะถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดในโลก การันตีโดยกินเนสส์บุ๊คเลยก็ว่าได้ เพราะคิมสามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และเมื่อถึงวันเกิดครบ 5 ขวบ เขาก็สามารถแก้โจทย์แคลคูลัสที่ซับซ้อนได้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ไปออกรายการทีวีญี่ปุ่นแสดงสามารถทางภาษาจีน สเปน เวียดนาม ตากาลอก เยอรมัน อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลี นอกจากนี้ คิมยังเป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบ จนกระทั่งอายุ 7 ขวบ นาซาได้เชิญเขาไปอเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโคโรลาโด พร้อมกับเริ่มทำงานวิจัยที่นาซาไปด้วย ในปี 1974 (พ.ศ. 2517) จนได้ปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปีเสียอีก

4. ริค รอสเนอร์ วัย 52 ปี (IQ: 192)

ริ ชาร์ด จี รอสเนอร์ หรือ ริค รอสเนอร์ ผู้เขียนบทโทรทัศน์ ทำงานกับ จิมมี่ คิมเมล แต่ดูเหมือนว่าเขาคนนี้จะเป็นอัจฉริยะที่แปลกกว่าพวกเสียหน่อย เพราะในความจริงแล้วเมื่อพลิกดูประวัติการทำงานของเขา ก็พบว่า ริค เคยเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้า พนักงานเสิร์ฟติดล้อ เป็นยาม แล้วก็ยังเป็นนายแบบนู้ดอีกด้วยนะ

5. แกรี่ คาสปารอฟ วัย 49 ปี (IQ: 190)

แก รี่ คาสปารอฟ ชาวรัสเซีย เชื้อสายยิว-อาร์เมเนีย เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักหมากรุกสากลที่เก่งที่สุดในโลกตั้งแต่เคยมีเกม นี้มา แกรี่ คาสปารอฟ ครองแชมป์โลกหมากรุกสากลในปี พ.ศ. 2528 – 2543 ก่อนจะประกาศอำลาวงการหมากรุกสากลอย่างเป็นทางการและผันตัวเองไปเป็นนัก เคลื่อนไหวทางการเมืองในปี พ.ศ. 2548 เขามีสไตล์การเล่นหมากรุกที่เน้นไปในทางการใช้กลยุทธ์ที่แยบยล พิสดาร และลึกล้ำเป็นหลัก ปัจจุบัน แกรี่ คาสปารอฟ เขียนตำราและบทวิเคราะห์ทางหมากรุกสากลไว้หลายเล่ม ซึ่งล้วนทรงคุณค่ามหาศาลต่อวงการหมากรุกและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น การออกแบบปัญญาประดิษฐ์

6. เจมส์ วู้ดส์ วัย 65 ปี (IQ: 180)

เจมส์ วู้ดส์ สามารถทำข้อสอบ SAT เป็นข้อสอบมาตรฐานสำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถานบันอุดมศึกษาในระบบการ ศึกษาของสหรัฐอเมริกา ในส่วนของข้อสอบการใช้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ได้ 779 คะแนน และ Verbal 800 คะแนน หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้ามาเป็นครูสอนวิชาพีชคณิต ที่ UCLA ในขณะที่กำลังเรียนไฮสคูลอยู่

7. เซอร์ แอนดรูว์ วิลลิส วัย 59 ปี (IQ: 170)

เซอร์ แอนดรูว์ วิลลิส นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ สามารถแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดในโลกได้ นั่นคือ ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์ (Fermat’s Last Theorem) ซึ่งเป็นทฤษฎีบทที่โด่งดังในประวัติศาสตร์ของคณิตศาสตร์ ตลอดระยะเวลา 358 ปี ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ถูกต้องเลย

8. พอล อัลเลน วัย 59 ปี (IQ: 170)

พอ ล อัลเลน เป็นคู่หูผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ร่วมกับ บิล เกตส์ เขายังเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดลำดับที่ 48 ตามการจัดอันดับความมั่งคั่งที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 14.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ …ไม่เพียงเท่านี้ เขายังเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและเป็นประธานของ วัลแคน อิงค์ มีพอร์ตการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ ที่รวมถึงบริษัทเอฟรีและกิสต์ นอกจากนี้ พอล อัลเลน ยังเป็นเจ้าของสองทีมกีฬาอาชีพ ซึ่งได้แก่ ซีแอตเทิล ซีฮอว์ค ของเอ็นเอฟแอล (NFL) และพอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ของเอ็นบีเอ (NBA) และที่สำคัญแม้จะเห็นได้ว่าเขามีรายได้มากมายมหาศาล แต่เขาก็เป็นนักการกุศลชาวอเมริกันตัวยงคนหนึ่งเช่นกัน

9. จูดิต โพลการ์ วัย 35 ปี (IQ: 170)

จู ดิต โพลการ์ หญิงสาวผู้ซึ่งเป็นยอดฝีมือหมากรุกฝ่ายหญิง จากการอบรมฝึกฝนจากพ่อในการเล่นหมากรุกตั้งแต่วัยเยาว์ ในที่สุดเธอก็สามารถเอาชนะพ่อได้ตั้งแต่อยู่ในวัยเพียง 5 ขวบเท่านั้น และที่ยิ่งไปกว่านั้น จูดิต โพลการ์ ยังสามารถเอาชนะได้ถึงระดับแกรนด์มาสเตอร์ ตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ทำลายสถิติโลกเดิมที่ผู้ชายทำไว้ก่อนหน้าลงอย่างราบคาบ

10. สตีเฟน ฮอว์คิง วัย 70 ปี (IQ: 160)

สตี เฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ฮอว์คิงเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อมถอย หรือที่เรียกว่า ALS อันเป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลงจนเกือบเป็นอัมพาต แต่เขายังคงทำงานวิชาการต่อไป จนกระทั่งมีชื่อเสียงจากการถอดรหัสความลึกลับของจักรวาล จากบทความวิจัยเกี่ยวกับฟิสิกส์ของเวลา โดยเขาได้ทำนายว่าเวลาน่าจะมีจุดเริ่มต้นที่บิ๊กแบง (หรือจุดกำเนิดของเอกภพ) และมีจุดจบที่ใจกลางของหลุมดำ อีกทั้งยังมีผลงานหนังสือ ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time) และจักรวาลในเปลือกนัท (The Universe in a Nutshell) ซึ่งอยู่ในรายการขายดีที่สุดของบริติชซันเดย์ไทมส์ทำลายสถิตินานถึง 237 สัปดาห์

โชไรยา เรย์ นักเรียนอินเดียวัย 16 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองเดรสเดน ของเยอรมนี เขาสามารถไขปริศนาคณิตศาสตร์ ที่เคยสร้างความสับสนงุนงงต่อวงการ คณิตศาสตร์ มานานกว่า 350 ปี และได้รับการขนานนามว่าเป็น อัจฉริยะบุคคล หลังเขาสามารถถอดปริศนาเรขาคณิตของเซอร์ ไอแซ็ก นิวตัน ได้สำเร็จ

หนังสือพิมพ์เดลี่เมล รายงานว่า เรย์สามารถถอด 2 ทฤษฎีสำคัญว่าด้วยเรื่อง อนุภาค แรงและพลังงาน ซึ่งนักฟิสิกส์ได้เคย

คำนวณมาแล้วโดยการใช้ความ สามารถของคอมพิวเตอร์ เขาสามารถคำนวณวัตถุภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ( projectile – โพรเจคไทล์ ) และมีแรงต้านอากาศได้อย่างถูกต้อง ทั้งๆที่ 350 ปีที่ผ่านมา นักคณิตศาสตร์ค้นพบเพียงแค่วิธีคำนวณระยะทางแบบคร่าวๆเท่านั้น โดยเรย์ใช้หัวข้อนี้ทในการทำรายงานของที่โรงเรียนทีเขาศึกษาอยู่ เขายังแก้ปัญหาการเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ที่กระดอนจากกำแพง ซึ่งถูกเสนอขึ้นมาในช่วงศตวรษที่ 19 ได้อีกด้วย

จากการถอดปริศนาของเขาทำให้ ตอนนี้นักวิทยาศาตร์สามารถคำนวณการเคลื่อนที่ ของทิศทางลูกบอลที่ถูกขว้าง ออกไป และทำนายว่ามันจะกระทบกับกำแพงอย่างไร  และเด้งออกมาจากกำแพงอย่างไร

ผลงานวิจัยของเขาได้รับรางวัลทั้งในระดับรัฐและระดับท้องถิ่นในโครงการสหวิทยาการยอดเยี่ยม และยังถูกขนานนามอีกว่า อ้จฉริยะ โดย สื่อของเยอรมนี แต่เเรย์ก็ถ่อมตน ว่าเขาเป็นเพียงเด็กนักเรียนซื่อๆ ที่มีความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นเอง ซึ่งที่มาในการแก้ไขปริศนาในครั้งนี้ ก๋มาจากการฟังบรรยายของศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยในระหว่างการทัศนศึกษา ที่พูดถึงปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ยังไมามีใครสามารถแก้ได้ และขาคิดว่าไม่เสียหายถ้าจะลองดู  อีกทั้งเขายังพูดอย่างถ่อมตนว่าเขามีจุดอ่อนในหลายเรื่องในฐานะนัก คณิตศาสตร์ และบอก ว่าแม้เขาจะเก่งคณิตศาสตร์แต่ด้อยในการเล่นกีฬายิ่งนัก

ชีวิตวัยเด็กของเรย์ เขาย้ายมาอยู๋ในเยอรมนี เมื่ออายุได้ 12 ปี หลังจากที่พ่อของเขาเป็นวิศวกร ได้งานในสถาบันวิชาช่างแห่งหนึ่งในเยอรมนี เรย์บอกว่าพ่อของเขาเป็นคนที่ทำให้เขามีความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ เพราะพ่อสอนการคำนวณให้เขาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เขาศึกษาภาษาเยอรมันจนคล่องในเวลา 4 ปี และในปัจจุบันเขาได้เรียนในชั้นเรียนที่สูงกว่าเด็กคนอื่น 2 ปี

เพื่อนๆเคยเห็น เสื้อยืด เสื้อผ้า หรืออุปกรณ์อะไรหลายๆอย่าง มักจะมี สกรีนรูปผู้ชายคนนึง ผมยาว มีหนวดเครา บ้างไหม? เขาคือใคร ทำไมถึงมีรูปผู้ชายคนนี้อยู่มากมายหลายที่จัง เมื่อไปสืบเสาะก็ได้รู้มาว่า ผู้ชายคนนี้ชื่อ เช เกบารา และได้ถูกขนานนามว่าเป็น ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก อยากรู้ว่าทำไมตามไปดูกันเลย^^

  • นักปฏิวัติแนวมาร์กซิสต์ชาวอาร์เจนตินา และเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม 26 กรกฎาคมของฟีเดล กัสโตร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปฏิวัติประเทศคิวบาเมื่อปี พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959)
  • เช กำเนิดที่ประเทศอาร์เจนตินาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) ในคริสต์ศตวรรษที่ 20
  • ชาวโลกต่างรู้จักชายคนนี้ในฐานะนักปฏิวัติ และยังถูกขนานนามว่า ชายผู้สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ในศตวรรษนั้นด้วย
  • เช เกบารา ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก เติบโตในครอบครัวที่มั่งมี เรียนจบมหาวิทยาลัยในสาขาแพทยศาสตร์ใน ปี พ.ศ. 2494 (ค.ศ. 1951) หลังจากพิธีรับปริญญาเพียง 25 วัน เชเดินทางกับเพื่อนนามว่า อัลเบร์โต กรานาโด ด้วยมอเตอร์ไซค์ไปทั่วอเมริกาใต้ และ ชายคนนี้ก็ได้พบกับความจริงของโลก ได้พบความยากจนข้นแค้นของประชาชน และเป็นจุดกำเนิดของวีรบุรุษแห่งปวงประชาชาวอเมริกาใต้จวบจนถึงปัจจุบัน

เช เกบารา ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก : กับการปฏิวัติ ล้มล้างระบอบการปกครองเผด็จการ

  • เช เกบารา ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ละทิ้งครอบครัวของตนเองไว้ที่เม็กซิโก แล้วมุ่งสู่เกาะคิวบา เพื่อหวังจะล้มล้างระบอบการปกครองเผด็จการ ของ ฟุลเคนซีโอ บาซิสตา สร้างกลุ่มกำลังของตนเอง เพื่อหวังจะทำการปฏิวัติในคิวบา
  • หลังจากปฏิวัติสำเร็จในคิวบา เชได้ออกจากคิวบาในปี พ.ศ. 2508 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ประเทศอื่นเพื่อก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และประเทศโบลิเวีย ซึ่งที่โบลิเวียนี้ เขาถูกจับได้โดยกองทัพโบลิเวีย ซึ่งมีหน่วยสืบราชการลับกลาง (ซีไอเอ) ของสหรัฐอเมริกาสนับสนุนอยู่ และถูกสังหารทันทีหลังจากที่ถูกจับตัวได้
  • 9 ตุลาคม พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) ในวันสุดท้ายของชีวิตของ เช เกบารา ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ทหารโบลิเวียกำลังจะประหารชีวิตเขา เชได้ทิ้งประโยคสุดท้ายของชีวิตเขาไว้ว่า “ยิงฉันเลย ฉันมันก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนนึง”

เช เกบารา ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก : ไอดอลของนักศึกษา หนุ่มสาวทั่วโลก

  • แต่ การตายของชายธรรมดาในวันนั้น มีความหมายอย่างยิ่งยวดกับการเมืองของโลก เหล่า นักศึกษา หนุ่มสาวทั่วโลก
  • ต่างรับรู้และยกย่องการกระทำที่กล้าหาญของเขา ภายหลังการตายของผู้ชายคนนึง เกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศส รวมถึงการเดินประท้วงเรียกร้องอิสรภาพของประเทศเวียดนาม เหล่าวัยรุ่นในประเทศเวียดนาม นำรูปของเชมาใช้ในการเดินขบวน และจนถึงทุกวันนี้ ชายคนนี้ก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติ
  • เช เกบารา ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ได้เป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติ และการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงของเช คือ ภาพใบหน้าที่ถ่ายโดยอัลเบร์โต กอร์ดา เมื่อ พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ใบหน้าของเชรูปนี้ จนถึงปัจจุบันก็ยังปรากฏอยู่ตามเสื้อยืดทั่วโลก รวมทั้งรูปสติกเกอร์ที่ติดบนรถบรรทุกในประเทศไทย
  • เช เกบารา ได้รู้จักในชื่อเล่นว่า “เช” และนิยมใช้ชื่อนี้ ซึ่งในอาร์เจนตินามีความหมายถึง “เพื่อน, สหาย” และชายคนนี้ก็คือที่มาของลายสกรีนบนเสื้อที่เราๆเห็นกันมานี่เองคะ ^^

ข้อสอบ o-net เก่าปี 53 พร้อมเฉลยอย่างละเอียด เอาไปอ่านแล้วลองทำดูน่ะครับ

ตามลิงค์ไปดาวนโหลดได้เลยครับ

ข้อสอบ o-net ปี 53 พร้อมเฉลย

ติดต่อเรา wisanu.kkung@gmail.com